ติดต่อเรา ชำระเงิน ข่าวสารของทางร้าน ตัวแทนจำหน่ายเครื่องสูบน้ำไม่ใช้ไฟฟ้าประวัติและผลงาน
เมนูหลัก
Home
Contact Us
Member
แนะนำอาชีพลงทุนน้อย
รายละเอียดสินค้าและบริการ
จำหน่ายกระดาษ Photo จากโรงงาน
โปรแกรมสำเร็จรูปซื้อมาขายไป
สินค้าจัดรายการ Promotion พิเศษ
Web Board รวม
About Us
ทะเบียนพาณิชย์
บริษัทขนส่ง
อัตราค่าส่ง EMS
สิทธิพิเศษ Dealer ร้าน BCRMshop
เปิด lab เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
เปิดหอกลั่นน้ำมันปาล์ม
xxx คนโกงหลอกขายสินค้าให้โอนเงิน
Link เพื่อนบ้าน หมึก Inkjet Tank
www.InkJetServices.com
www.inkworldshop.com
ร้านบีเน็ต (อุดรธานี)
แท้งค์รุ่นต่างๆ (Tank)
R1800
C45
CX3700
C67
CX4700 (Dry ink)
CX4700 (Durabrite Ultra)
Brother MFC-215C
Canon IP1600
R230
R210
CX2800
PM2000C (Japan)
PM3000C (Japan)
C58 (Dry ink)

ช่วยแนะนำหน่อยจะเปิดร้าน Studio มีเงิน 7000 บาท

คำถามดีๆ ที่  http://www.2how.com/board/topic.php?id=13220

คำถาม  ช่วยแนะนำ Printer ให้หน่อยครับ จะทำสตูวัยรุ่นน่ะครับ มีงบไม่มากอ้ะครับอยากได้ซักราคาไม่เกิน(ไม่เกินเลยนะครับ)7,000 บาทน่ะครับตอนนี้เล็งแคนนอลไอพี4200ไว้น่ะครับ 4700 เองพอไหวมั้ยครับ
ขอบคุณสำหรับทุกการแนะนำนะครับ

 

ตอบ

ผมเพิ่งจะซื้อพริ้นเตอร์เครื่องใหม่มาพอดีครับ เป็นเครื่องที่ 3 ในชีวิต
มีข้อมูลเกี่ยวกับพวกนี้พอสมควร มีอะไรจะมาเล่าเยอะเลย เหอ ๆๆ
แต่ขอไปกินข้าว ซักผ้า ล้างจาน ถูบ้าน ขัดห้องน้ำ และล้างรถ ก่อนนะครับ
เดียวกลับมาเล่าให้ฟังครับผม

งบ 7 พันเอามาทำสตู แนะนำเลยครับ
เอปสัน R230 ครับ ผมเพิ่งจะซื้อมา เมื่อไม่กี่วันนี่เอง
ราคา 4,500 บาทครับ
ดีกว่า เอปสัน โฟโต้ 810 ตัวเก่าของผม ไม่มานะ แต่ก็น่าประทับใจครับ
เครื่องพิมพ์ ในกลุ่มราคา ไม่เกิน 5 พัน ก็มี
แคนนอน IP4200
เอปสัน R230
เอชพี 7830
แต่ราคาที่อยู่ในงบ นี่เพิ่ม เอปสัน R250 กับ เอขพี 8030 อีกก็ได้ครับ
หรือถ้างบเพิ่มได้เป็น 8 พัน +- นิดหน่อย
จะได้ แคนอน IP5200 กับ เอปสัน R350

IP4200 กับ R230 ครั้งแรกที่เห็นรุ่นนี้ ในงานโฟโต้แฟร์เมื่อปลายปีที่แล้วนั้น
รู้สึกเฉย ๆ ครับ ไม่ใช่ว่าทั้ง 2 รุ่น มันไม่สวยนะครับ
มันสวยมากในสายตาผม (โดยเฉพาะแคนนอน ออกแบบได้สวยมากครับ)
แต่ เพราะมัน รูปร่างหน้าตาคล้าย กับรุ่นก่อน ๆ ก็เลยไม่ตื่นเต้นอะไร
IP4200 รูปร่างค่อนข้างใหญ่ เวลาว่างบนโต๊ะจะกิน พื้นที่วางพอสมควร
รูปทรงจะ แบน ๆ แต่ ความใหญ่นี่เอง ทำให้ มันมีคุณสมบัติ
ที่น่าสนใจหลายอย่างเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น พิมพ์ซีดี ได้
พิมพ์ 2 หน้าอัตโนมัติ แล้วก็ ใส่กระดาษ ได้ 2 ทาง
ในขณะที่ R230 นั้น รูปร่างก็ใหญ่เช่นกัน แต่จะใหญ่ไปทางสูงมากกว่า
พิมพ์ ซีดีได้ แต่ พิมพ์ 2 หน้าและ ใส่กระดาษด้านล่างไม่ได้ครับ
ทั้ง 2 รุ่นเวลาพับเก็บ ถาดกระดาษ แคนนอน จะดูเรียบร้อยกว่าครับ
เอปสันจะดูไม่ค่อยลงตัวตรงที่พับเก็บ กระดาษ ด้านบน
ส่วน 7830 นั้น รูปร่าง ก็ตามสไตล์เอชพีเลยครับใส่กระดาษด้านหน้า
ซึ่งทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่ามัน เป็นจุดเด่นหรือจุดด้อยกันแน่ เพราะเอชพี
บอกว่า มันดีตรงที่ ดูดกระดาษแล้วจะไม่ติดไป 2 แผ่น ซึ่งเท่าที่เคยใช้
ก็จริงครับ ไม่ติดไป 2 แผ่น แต่ติดไปที่เดียว 3 แผ่นหรือบางครั้ง
ถ้ากระดาษ หนาๆ แข็ง ๆ ก็ไม่ไปเลย เหอๆ ๆ

มาดูที่ เรื่องเสปกดีกว่า
ในอดีตต้องยอมรับนะครับว่าเสปกเครื่องพิมพ์นั้น
ดูจะเวอร์ ๆ โดยเฉพาะแคนนอน คือผลงานที่ได้
ไม่ค่อยจะเป็นไปตามเสปกที่ว่ามาเท่าไหร่ เช่นความเร็ว
ที่ว่าเร็วมาก แต่พอใช้งานจริง ๆ ไม่ได้เร็วอย่างที่ว่า
แต่กลับช้ามากด้วย หรือเรื่องความละเอียด ที่ว่าสูง ๆ
แต่พอพิมพ์ออกมา กลับเห็นเป็นเม็ด ๆ
หรือ เทคโนโลยีต่าง ๆ ที่ออกมาบอกว่าดีอย่างงั้นดีอย่างงี้
แต่พอใช้งานจริง กลับ ไม่ได้ดีอย่างที่ว่า
เอปสันนั้น ในอดีต ความละเอียดบางครั้งดูจะ
ต่ำกว่าชาวบ้านเค้า เทคโนโลยีดูจะไม่มีอะไรมาก
แต่ ภาพที่ได้ออกมา นั้น น่าประทับใจกว่ามาก
ส่วน เอชพีในยุคนึงสมัยนึงเคยประกาศไว้ว่า
เอชพีไม่เน้นที่ความละเอียด เพราะเอชพีมีเทคโนโลยี่ที่ชื่อว่า
Photo REt คือการหยดหมึกซ้อนทับกัน ให้เกินสีต่าง ๆ ในจุดเดียว
ซึ่งผลที่ได้ ก็ยังเห็น เม็ดสี แยกกันอยู่ดี

แต่ในปัจจุบัน นั้นผลงานที่ออกมา เทียบกับเสปกแล้ว
ดูจะสอดคล้องกันพอสมควรครับ

อย่างเรื่องความเร็ว แคนนอน รุ่น 4200 นี้ เร็วมากครับ
แม้ว่าจะเร็วไม่เท่ารุ่นพี่ อย่าง 5200 แต่ก็เร็วกว่า
เอปสัน R230 อยู่มากครับ ซึ่ง เคล็ดลับของความเร็ว
อยู่ที่หัวพิมพ์ ของแคนนอนนั้นเยอะว่า เอปสันมากครับ
IP4200 มี หัวพิมพ์รวมทุกสี 1856 หัว แต่
R230 มีแค่ 540 หัวเท่านั้น ซึ่งเอปสัน ดูจะเข้าใจในจุดด้อยตรงนี้
เวลาเขียนเสปกในโบวชัว จะไม่เน้นที่ความเร็ว เหมือนยี้ห้ออื่น
ซึ่งในความเป็นจริง เรื่องความเร็วผมว่าไม่น่าจะเป็น
ประเด็นสำคัญเท่าไหร่ สำหรับ เครื่องพิมพ์ภาพถ่าย
เพราะน่าจะดูที่ คุณภาพมากว่า แต่ถ้าเอาไปใช้งานในเชิงธุรกิจ
ความเร็ว ก็เป็นสิ่งที่น่าจะสำคัญมาก ๆ นะครับ

เดียวมาต่อนะครับ

ต่อนะครับ
เรื่องความละเอียด ในปัจจุบัน นั้น ไม่น่าจะมาเป็นจุดขายอะไรได้มากมายนั้น
ยี้ห้อ ที่ชูเรื่องความละเอียดจริง ๆ ตอนนี้ ก็น่าจะเป็น IP4200 ครับ
ที่บอกว่า พิมพ์ภาพถ่ายได้ละเอียดมาก ๆ พื้นที่ 1 นิ้วใส่หยดหมึกได้ เกือบหมื่นหยด
ซึ่งในความเป็นจริง อาจจะได้อย่างนั้น แต่ผลที่ได้ บางครั้งดูจะไม่แตกต่าง เท่าไหร่
เมื่อเทียบ กับ R230 ที่ความละเอียดต่ำกว่า ครึ่ง แต่ สิ่งที่ทำให้แตกต่างนั้น
น่าจะอยู่ที่ ขนาดของหมดหมึก และจำนวนสีที่ใช้ในการสร้าง ภาพมากกว่า

IP4200 นั้น ใช้หมึกแยกสี แม่สี 4 สี แต่ 5 ตลับหมึกครับ คือมีแม่สี ฟ้า ชมพู เหลือง ดำ
ซึ่งจะเป็นหมึกแบบ แบบ Dye และ หมึกดำแบบ Pigment อีกหนึ่งตลับ รวมเป็น 5 ตลับ
ซึ่ง ข้อดีของการใช้หมึกดำ 2 แบบนี้ คือ สามารถนำไปใช้งานได้ หลากหลายขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นพิมพ์รูปภาพ หรือ ข้อความ เพราะ หมึกที่เหมาะกับการพิมพ์ ภาพนั้น
จะเป็นหมึกแบบ Dye เพราะจะให้ความสว่างและสดใสกว่า ส่วนหมึกแบบ Pigment
จะให้ความคงทน ไม่ละลายน้ำ และมีความคมชัดแม้พิมพ์บนกระดาษธรรมดา
จึงเหมาะกับ การพิมพ์ข้อความ

ส่วน R230 นั้น จะใช้หมึกแยกสี แบบ 6 สีครับ เป็นหมึกแบบ Dye ทั้งหมด
คือ แม่สี 4 สี ฟ้า ชมพู เหลือง ดำ และเพิ่ม สีฟ้าอ่อน ชมพูอ่อน
ข้อดีของการมีสี ฟ้าอ่อนกับ ชมพู อ่อนมาอีก ก็จะช่วงให้การไล่เชดสีในส่วนสว่าง
ทำได้ สมจริงและเนียนสวยมากขึ้น โดย เฉพาะ สีผิวคน ครับ
แต่ด้วยความที่ R230 หมึกเป็นแบบ Dye ซึ่งแน่นอน ว่าเหมาะกับการ
พิมพ์ภาพ แต่ ไม่เหมาะกับการพิมพ์ ข้อความสีดำบนกระดาษ ธรรมดาครับ
เหมือนแคนนอน ครับ

และเอชพี 7830 นั้น ดูจะแตกต่างกับ 2 ตัวที่ว่ามาครับ คือตลับหมึกอย่างที่รู้กัน
จะมีหัวพิมพ์ติด และ ไม่แยกสี ถ้าสีใดหมด ก็ต้องเปลียนตลับใหม่
แต่จุดนี้ก็มีข้อดีคือ นอกจากจะได้หัวพิมพ์ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนตลับแล้ว
ยังช่วยให้เพิ่มทางเลือกในการใช้หมึกได้อีกด้วยครับ คือเราสามารถสับเปลียนหมึกได้
ไม่ว่าจะเป็น หมึกดำแบบ Pigment สำหรับ พิมพ์ข้อความสีดำ ที่คมชัด
หมึกโฟโต้ (ที่มีสีดำ ฟ้าอ่อน ชมพูอ่อน) กับหมึกสี(ที่มี สีฟ้า ชมพู เหลือง) สำหรับพิมพ์ภาพถ่าย
หรือหมึก Grey Photo สำหรับพิมพ์ภาพขาวดำ หรือภาพที่มีการไล่เชดสีเทาดำ
ซึ่งก็จะช่วงทำให้ภาพมีมิติมากขึ้น

ในเรื่อง ขนาดของหยดหมึก ที่มีการโฆษณากันนั้น ว่าขนาดเท่านั้นเท่านี้
สำหรับผมว่ามีผลนะครับ อันนี้ไม่รู้ว่าใครเห็นบ้าง อย่าง แคนนอน IP4000 รุ่นก่อน
ที่บอกว่าหยดหมึก 2 พิโคลิตร นั้น ผมเห็นว่า จุดหมึกมันใหญ่กว่า รุ่น IP 4200 ในปัจจุบัน
ที่มีขนาดเล็กลงเหลือ 1 พิโคลิตร และ การที่ หมึกเล็กลงเหลือ 1 พิโคลิตรเนี่ยแหละ
ที่ทำให้ IP4200 ซึ่งใช้หมึกแค่ 4 สี แต่สามารถทำให้ภาพ ออกมาเนียนสวยได้
เทียบเท่า R230 ซึ่งใช้หมึก 6 สี ซึ่งขนาดหยดหมึก ใหญ่กว่า ที่ 3 พิโคลิตร
หรือ เอปสัน รุ่น R250 นั้น ก็ใช้หมึกแค่ 4 สี แต่ มีขนาดหยดหมึก 2 พิโคลิตร
ทำให้ภาพที่ได้ออกมา ดูแล้วไม่ต่างกับ R230 เท่าไหร่นัก
เพราะหมึกขนาดเล็กกว่า ทำให้ สามารถ ไล่เช็ดสีในที่สว่างรวมถึงผสมสร้างสี ได้พอ ๆ กัน
กับ หมึก 6 สี และการที่ขนาดหมึกหยดเล็กนั้น การไล่เช็ดสีดำเทา ซึ่งเป็นปัญหา
ในเครื่องพิมพ์ หลาย ๆ รุ่นนั้นทำได้ดีขึ้นด้วยครับ เท่าที่ดู Ip 4200 นั้นไล่เช็ดสีดำเท่า
ได้ดีกว่า R230 ซึ่งยังเห็นหยดหมึกดำ บริเวณ ส่วนมืดของภาพ ชัดเจนอยู่พอสมควร
และที่น่าสนใจกว่านั้น คือ หยดหมึกเล็กลง ก็น่าจะประหยัดหมึกได้มากกว่า
(แต่อาจจะไม่มาก เพราะดูจากรุ่น R230 ใช้หมึกตัวเบอร์เดียวกับ RX650
แต่ RX650 หยดหมึก 1.5 พิโคลิตร จากผลการทดสอบจำนวนการพิมพ์ของเอปสันต่อ 1 ตลับ
RX650 พิมพ์ได้มากกว่า R230) การที่หมึก ขนาดเล็กลง ทำให้พิมพ์ภาพได้ละเอียดขึ้นนั้น
ทำให้ผมนึกถึงว่าถ้าเอปสัน สามารถทำเครื่องพิมพ์ที่หยดหมึกเล็ก ๆ ได้และใช้หมึก 6 สี
ภาพจะออกมาเนียนสวยแค่ไหน แต่สำหรับ แคนนอนนั้น ก็มีร่นที่ ใช้หมึก 6 สี ขนาดหยดหมึก 1 pl
ในร่น IP6600 ราคาหมื่นกว่า ๆ ซึ่งเกินงบ และผมคิดว่ามันแพงเกินไป แต่พิมพ์ออกมาได้สวยมาก
ส่วนเอชพี่นั้น เรื่องขนาดหยดหมึกผมไม่มีข้อมูลครับ (เหอ ๆ) อาจจะเป็นเพราะว่าเอชพีไม่ได้เน้น
ในจุดตรงนี้ก็ได้ ไปเน้นที่ เทคโนโลยี vivera และ Photo REt มากกว่า

ขอตอบคำถาม ที่ว่า

ยังงี้เวลาเราไปซื้ออยากให้ลองปริ๊นซ์จะๆไปเลยภาพเดียวกันแต่ละรุ่นที่เราเลือกจะได้มั้ยครับเนี่ย

ก่อนนะครับ

คือผมแนะนำเลยครับ ถ้าลองพรินได้ ให้ลองเลยครับ
ว่าแต่ ร้าที่จะซื้อเค้าจะให้เราลองหรือเปล่านะสิ
หรือจะ รอดูงาน ICT EXPO ผมคิดว่า
แต่ละเจ้าน่าจะขนเครื่องพิมพ์มาให้พิมพ์กันสนุกสนาน
เราก็แค่ เอารูปที่ถ่ายใส่เมมโมรี่ไว้แล้วบอกให้เค้าพิมพ์จากเมม
เหมือนตอน งานโฟโต้แฟร์นี้ก็เห็น แคนนอน พริ้นกันสด ๆ เลย

ยังมีเรื่องระบบการพิมพ์ ซึ่งก็มีผลต่อความคงทนของหัวพิมพ์ และปัญหาต่าง ๆ ในการใช้งาน
ราคาหมึกแท้ รวมถึงการลดต้นทุนการพิมพ์ด้วย การใช้หมึกเติม และการทำอิงค์แท้ง
ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพงานพิมพ์ ความคงทนของภาพ รวมถึงกระดาษที่ใช้ ด้วยครับ
และอีกหลาย ๆ อย่างที่ผม ยังอยากจะเล่าอีกนะครับ



ไม่ทราบว่ารู้แล้วหรือยัง เหอ ๆ
เพราะดูทางจะยาว
นี่เขียนเป็นบทความ เลือกซื้อพริ้นเตอร์ราคาประหยัดได้เลยนะเนี่ย

ต่อดีกว่า อิอิ
ข้อมูลที่ผมว่ามานี่ ก็อย่างเพิ่งเชื่อหมดนะครับ
ยังไงลองตรวจสอบดูด้วยละกัน ถ้ามีตรงไหนผิดพลาดก็ขออภัยครับ
ผิดพลาดตรงไหน บอกได้นะครับ



เรื่องเทคโนโลยีในการพิมพ์นั้น สำหรับอิงค์เจ็ต ก็มี อยู่ 2 แบบ ครับ
แบบความร้อน ซึ่งใช้ใน แคนนอน เอชพี เล็กมาร์ก โดยใช้ความร้อน
ทำให้ขยายตัวและพ่นออกมาเป็นหยดครับ ข้อดีของระบบนี้ก็คือ
หัวพิมพ์ไม่ค่อยอุดตันครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว แคนนอน เท่าที่เคยใช้
มันก็ยังตันนะครับ แต่เอชพี นี้ยังไม่เคยเห็นใช้แล้วตัน มีแต่หัวพังไปเลย
แต่ข้อเสียก็มีนะครับ คือหัวพิมพ์ใช้ความร้อนแน่นอนถ้าใช้เยอะ
พิมพ์ติดต่อกันนาน ๆ โอกาส หัวพิมพ์จะพังไปเลยก็มีสูงครับผม
มีคนรู้จักใช้แคนนอน รุ่นอะไรผมจำไม่ได้แล้ว พิมพ์ต่อกันนาน ๆ
อยู่ดี ๆ หัว ก็พังกลางงานที่ตัวเองพิมพ์เลยและอีกอย่างนะครับ
ถ้าหมึกหมด หรือไม่มีหมึกมาที่หัวพิมพ์แล้วยังพิมพ์ต่อ
มันจะเผาหัวพิมพ์ ตัวเองครับ ดีหน่อยก็แค่ เสียหายเล็กน้อยคือยังพิมพ์ได้
แต่ คุณภาพต่ำลง หรือ ให้แย่ก็คือพังไปเลย
ซึ่งในจุดนี้จะมีผลต่อกรณีของการเติมหมึกด้วยครับ

ในขณะที่อีกแบบคือ แบบที่ใช้แรงดัน ของเอปสันนั้น
หัวพิมพ์ ของเอปสันมีความทนทานมากครับ ต้องบอกว่าทนจริง ๆ นะครับ
พิมพ์งานเยอะ ๆ นาน ๆ นี้ไม่ต้องกลัวเลยครับว่ามันจะพัง
แต่ก็นะครับ โอกาสที่มันจะอุดตันก็มีครับ แต่ถ้าใช้หมึกแท้นั้น
หรือหมึกเติม คุณภาพดีหน่อย ถึงตันก็ล้างออก เอปสันเครื่องเก่าของผม
ใช้มา 4 ปี เวลาไม่ได้งานนาน ๆ ก็ตันตลอดครับ แต่ก็ล้างออกได้ทุกครั้ง
จนมีคนบอกไว้เลยครับว่า หัวพิมพ์เอปสัน ไม่กลัวงานหนัก แต่กลัวงานน้อย

ราคาหมึกนี่ก็เป็นอีกจุดนึ่งที่ต้องเอามาประกอบการพิจารณาครับ
เพราะราคาหมึกมีผลต่อต้นทุนการพิมพ์อย่างมาก ยิ่งเมื่อนำมาใช้
ในเชิงธุรกิจแล้วก็ยิ่งต้องพิจารณาเป็นพิเศษ รวมถึงต้องหาทางที่จะลดต้นทุนในจุดนี้ด้วย
แคนนอน กับ เอปสัน นั้น ตลับหมึก แยกสี แลกแยกหัวพิมพ์ ทำให้
ราคาถูกกว่าเอชพี ครับที่ หัวพิมพ์ติดอยู่กับ ตลับหมึก

IP4200 นั้นสีราคา 4 สีตลับละประมาณ 500 กว่าบาทครับ และดำ นั้น อยู่ที่ 600 กว่าบาทครับ
R230 ทั้ง 6 สี ตลับละ 400 กว่าบาทครับ
HP 7830 นั้น 92 กับ 93 นี้ ราคาประมาณ 600-800 บาท ส่วนโฟโต้ เบอร์ 99 นี้ พันกว่าครับ
ราคานี้คราว ๆ นะครับ ยังไง ลองตรวจสอบดูอีกที่ละกันครับ

IP4200 ถ้าดู ตลับหมึกจะแพงกว่า รุ่นก่อนหน้านั้นที่ขายในราคาแค่ 300-400 บาท
และแพงกว่า ของเอปสัน สาเหตุที่แพงกว่าผมไม่แน่ใจ แต่คิดว่าน่าจะเป็นเพราะ
หมึกรุ่นใหม่ นั้นมีชิปติดอยู่ (เหมือนกับของเอปสัน) รวมถึงเรื่อง ของเรื่องของ
chromalife100 ด้วย ก็อาจจะทำให้หมึกแพง แต่ ถึงแพง IP4200 ก็ใช้หมึกแค่ 4 สี
ไม่เหมือน R230 ที่ต้องซื้อถึง 6 สี และเค้าว่ากันว่า IP4200 ต่อ 1 ตลับนั้นพิมพ์ได้
เยอะกว่า R230 นะครับ อันนี้ผมไม่แน่ใจ ส่วนราคาหัวพิมพ์ของ IP4200 นั้น
ไม่แน่ใจชัดเจนนะครับว่าเท่าไหร่ แต่เท่าที่พอจะทราบมาก็ 2 พันกว่าครับ
ส่วน HP 7830 นั้น ราคาตลับ 600-800 ดูแล้วก็ไม่น่าแพงอะไรมา แต่ถ้ามาดูที่ปริมาณ
ของน้ำหมึกต่อตลับนั้น จะรู้สึกถึงความแพงขึ้นทันทีครับ เพราะ ตลับนึงมีน้ำหมึก
ไม่กี่ cc เอง อย่าง เบอร์ 92 เนี่ย มี แค่ 5 cc เท่านั้น HP นี้หน่วยงานราชการชอบใช้ครับ
เพราะ ถึงแม้ราคาหมึกจะแพง แต่ปัญหาน้อยอย่างที่ว่ามาข้างบน หัวพิมพ์เสีย อุดตัน
ก็ซื้อมาเปลี่ยนใหม่เลย ไม่ต้อง ยกเครื่องซ่อมหรือมาวุ่นวายกับปัญหา

ราคาหมึกแพง ๆ อย่างงี้ บางคนซื้อมาใช้งานส่วนตัว (อย่างผม) หรือแม้แต่เอามาใช้
ในการทำธุรกิจ ก็ต้องหา ทางที่จะลงต้นทุก แน่ๆ ละครับ การเติมหมึก ก็เป็นอีกทางนึ่ง
ที่ช่วยลดต้นทุน ไปได้ เป็น 10 เท่า หรือ 20 เท่า เลยทีเดียวครับ
การเติมหมึกนั้นเหมาะกับ คนที่ใช้เครื่อง ไม่ เยอะมาก แต่ ก็ไม่ใช้น้อยนะครับ
คือ ดูการใช้งานเช่นต้องใช้หมึก 1 ชุด ต่อเดือน การเติมหมึก ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
ทั้ง 3 รุ่น ที่ว่ามานั้น ทางผู้ผลิต ได้ ออกแบบ ระบบ และตลับหมึกเพื่อป้องกันการเติมครับ
อย่าง R230 นี้ ออกแบบตลับหมึกมาไม่มีฟองน้ำ ถามว่าเติมได้ไหมก็เติมได้ครับ
แต่ ปัญหาจะเยอะ เพราะต้องเจาะ ด้านล้างตลับ ถ้าปิดไม่สนิท หมึกก็จะไหนมาเลอะ
ด้านในเครื่อง แก้โดยการไปใช้ตลับใสสำหรับเติม แทนครับ เพราะ ช่องที่เติมจะอยู่ด้านบน
เติมง่าย ใช่งานง่าย เพราะ ส่วนใหญ่จะมีชิป ที่ รีเซต ระดับน้ำหมึกในตัวอยู่แล้ว
ส่วนแคนนอนนั้น ถ้าเป็นรุ่นเก่า IP4000 จะสามารถเติมได้ครับ โดยใช่ตลับใสจะดีกว่า
ใช้ตลับแท้ แต่รุ่นใหม่ IP 4200 ตลับหมึก มีชิปที่ เก็บข้อมูล ของระดับน้ำหมึกติดมาด้วย
คล้าย ๆ กับ เอปสันแหละครับ และ ณ เวลานี้เท่าทีทราบยังไม่มีตัวรีเซตชิป ทำให้การ
เติมหมึกสำหรับ Ip4200 ยังเป็นปัญหาอยู่ สำหรับ HP 7830 นั้น สามารถเติมหมึกได้ครับ
แต่ปัญหา อย่างที่ว่ามาครับ คือ หัวพิมพ์ ไม่ค่อยทน และดูเหมือนมันจะถูกออกแบบมา
สำหรับการใช่งานแค่ ครั้งเดียว เพราะฉนั้นการทำมาเติมหมึก ก็สามารถทำได้แต่ หวังผล
ออกมา ดี 100% เหมือนของใหม่นั้นยากครับ ดีไม่ดี เติมเสร็จ เอากลับมาใช้ หัวพังก่อน
ก็ซวยไปครับ สำหรับ เอชพีนั้น คนที่รู้จักใช้อยู่ เค้าบอกว่าบางตลับเติมได้ครั้งเดียว
บางตลับ เติมได้ ถึง 5 ครั้ง มันแล้วแต่ดวงครับ

นอกจากการเติมหมึกแล้ว การทำ อิงค์แท๊ง ก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าครับ
สำหรับ คนใช่งานเยอะ ๆ ถึงเยอะมาก แถมสะดวกและง่ายด้วยเพราะไม่ต้องมาค่อย
เติม ค่อยเปลียนตลับหมึกบ่อย ๆและวันนี้ การทำแท๊งก็พัฒนาไปมากพอสมควรครับ
แต่การใช้งานก็เจอปัญหาเหมือนกันครับ คือถ้าทำไม่ดี หมึกอาจะเลอะเครื่อง หรือ
หมึกไหลไม่ทัน ไม่ไหลบ้าง หัวพิมพ์ตันบ้าง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ถ้าเรารู้วิธีแก้ไขด้วยตัวเอง
ก็ จะสบายครับ ไม่ต้องยกไปให้ ร้านทำให้ สำหรับการทำอิงค์แท๊ง นั้น เวลานี้
ดูจะมีแค่ R230 เท่านั้นครับที่ทำได้ และน่าเอามาทำ ผมยังไม่เคยเห็นที่ไหน
รับทำ ให้กับ IP4200 หรือ HP 7830 เลยครับ เพราะฉนั้น ถ้าจะซื้อมาเพื่อทำแท้ง
R230 ก็ดูเหมือนจะเป็นคำตอบสุดท้ายละครับ

แต่ไม่ว่าการเติมหมึกหรือ ทำอิงค์แทงค์ นั้นจะเป็นการลดต้นทุนในส่วนของค่าหมึก
ไปได้มากหลายเท่าตัวแต่ก็ต้องแลกกับปัญหา ต่าง ๆ หลายอย่างครับ ตังแต่หัวพิมพ์ตัน
โดยเฉพาะกับเอปสัน หรือ อาจจะทำให้หัวพิมพ์ พังไปเลย สำหรับ เอชพีและแคนนอน
รวมถึง เรื่องคุณภาพ เติมหมึก สีเพี้ยนแน่นอนครับ ความคงทนก็คงสู้ของแท้ไม่ได้
แต่ทั้งหมด ก็ขึ้นอยู่กับคุณภาพ ของหมึกเติมครับ ถ้าดีก็เพี้ยนน้อย เลือกใช้หมึกเติม
ยี้ห้อเชื่อถือได้หรือไว้ใจได้ ราคาไม่ถูกมากจนเกินไป ปัญหาเหล่านี้ ก็จะน้อยลงครับ
เคยใช้ของโนแนมราคาถูกมา ใช้แรก ๆ ก็ดีครับ แต่หลังๆ ตันบ่อยถึงจะล้างออกทุกครั้ง
แต่ก็วุ่นวายครับรวมถึงสีสันก็เพี้ยนมาก ๆ เลยเลิกใช้ ตอนนี้มาใช้เป็นยี้ห้อ แพงหน่อย
มี 2 ยีห้อที่เคยใช่ คือ INKMAN ยี้ห้อนี้ราคาจะแพงมากครับ CC ละ 5-6 บาท
แต่ ใช้แล้วดีครับ ไม่ค่อยตัน ถึงตันก็ล้างออกง่าย สีเพี้ยนแต่ไม่มากครับ อีกยี้ห้อนึ่ง
คือ INKTEC ตัวนี้ก็ดีครับ ราคา cc ละ 2-2.5 บาทถูกกว่าแต่คุณภาพดีไม่แพ้กันครับ
สีสันก็ยังเพื้ยนอยู่แน่นอนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่ไม่มากโดยรวมรับได้
แต่จะว่าไปนะครับ เรื่องสีเพี้ยนนี้ ไม่ใช้กับ หมึกเติมเท่านั้นนะครับ หมึกแท้ผมก็เคยเจอ
2 ตลับ พิมพ์รูปเดียวกัน ตั้งค่าเหมือนกันหมด แต่พิมพ์คนละเวลา ห่างกัน แค่ 2-3 วัน
แต่สีสันที่ออกมา ดันไม่เหมือนกัน แตกต่างกัน อย่างสังเกตได้เลย

เวลาใช้หมึกชุดใหม่ หรือขวดใหม่ ก็จะพิมพ์ออกมาเช็คดูครับว่า
สีเพี้ยนไปทางไหน ก็ชดเชยไปทางนั้น เช่น สีออกไปทาง ชมพู ๆ
เวลาตั้งค่าตอนพิมพ์ ก็ ลด สีชมพูลง หรือ ไปปรับที่ภาพต้นฉบับให้
ชมพูน้อย ๆ ลงหน่อย สีที่ออกมาก็ใกล้เคียงกับ ที่เราต้องการครับ


ง่วงแล้วอะครับ นอนก่อนดีกว่า
ผิดพลาดตรงไหนขออภัยนะครับ เหอ ๆๆ




Member Log in
Login
Password
Forgot Password
New Member Register
การเดินทาง
แผนที่กรุงเทพฯ
เช็คเที่ยวบิน
การติดต่อสื่อสาร
สมุดหน้าเหลือง
ค้นหาหมายเลขโทรศัพท์
ค้นหารหัสไปรษณีย์
สาระความรู้
ห้องสมุดกฎหมาย
ห้องสมุดดิจิตอล
ดิกชั่นนารี่ออนไลน์
ฝึกภาษา ASP ออนไลน์
ฝึกภาษา HTML ออนไลน์
Knowledge Center
หนังสือพิมพ์
เส้นทางเศรษฐกิจ
ผู้จัดการ
มุมนักเสี่ยงโชค
ผลสลากออมสิน
ตรวจผลล็อตเตอรี่
Home|Contact Us|Member|แนะนำอาชีพลงทุนน้อย|รายละเอียดสินค้าและบริการ|จำหน่ายกระดาษ Photo จากโรงงาน|โปรแกรมสำเร็จรูปซื้อมาขายไป|สินค้าจัดรายการ Promotion พิเศษ|Web Board รวม|About Us|ทะเบียนพาณิชย์|บริษัทขนส่ง|อัตราค่าส่ง EMS|สิทธิพิเศษ Dealer ร้าน BCRMshop|เปิด lab เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช|เปิดหอกลั่นน้ำมันปาล์ม| xxx คนโกงหลอกขายสินค้าให้โอนเงิน

ศูนย์ซ่อม Inverter plc  จำหน่ายกระดาษ Photo ราคาส่งจากโรงงาน, วางระบบเขียนโปรแกรม, จำหน่ายโปรแกรมสำเร็จรูป, หมึกพิมพ์ Inkjet, Durabrite Ultra, แท้งค์(Tank), สินค้าอื่นๆอีกมากมาย   แหล่งรวบรวมงานประมูลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย   เว็บไซต์ จำหน่าย น้ำมันหล่อลื่น ทุกชนิด ทุกประเภท ทุกยี่ห้อ   ด อ ย อิ น ท น น ท์  ด อ ท  ค อ ม       อันดามัน ไข่มุกแห่ง
เอเซีย ท่องเที่ยว
ได้ทุกวัน
เราจะทำให้คุณอยากมาเที่ยว
อันดามัน  
© 2017 All Rights Reserved
Powered by
ThaiWebWizard.com